“ถุงยางอนามัย” รู้ให้ลึกก่อนทำศึกรัก

หลายคนก็ยังรู้สึกเขินๆ เมื่อต้องใช้หรือซื้อ “ถุงยางอนามัย” ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะยังไม่เข้าใจวิธีใช้งานที่ถูกต้องหรือยังไม่รู้ข้อดีที่มีอยู่มากมายในการป้องกันโรคจากเพศสัมพันธ์ของถุงยางอนามัย เอาเป็นว่าเราไปทำความรู้จักคุณสมบัติต่างๆ ของถุงยางอนามัยกันดีกว่า make love ครั้งต่อไปจะได้หยิบออกมาใช้ได้อย่างมั่นใจ

ถุงยางทำมาจากอะไร?

ถุงยาอนามัย ทำจากวัตถุดิบ 2 ประเภท ประเภทแรกคือทำจากยางธรรมชาติ (Latex) ซึ่งมีคุณสมบัติให้ถุงยางอนามัยสามารถใช้ร่วมกับสารหล่อลื่นที่มีส่วนผสมของน้ำได้ เช่น เควาย เจล แต่ถุงยางจะไม่สามารถใช่ร่วมกับสารที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสมได้ เนื่องจากมีฤทธิ์กัดกร่อน อาจทำให้ถุงยางเสื่อมสภาพหรือฉีกขาดในขณะใช้งานได้ ที่สำคัญคือถุงยางอนามัยที่ทำจายางธรรมชาติจะมีราคาถูก

วัตถุดิบอีกประเภทที่นิยมในทำถุงยางอนามัยก็คือ ยางที่ผลิตจากสารสังเคราะห์ เช่น Polyurethane ซึ่งราคาค่อนข้างแพงและหายาก แต่มีข้อดีคือสามารถใช้ร่วมกับสารหล่อลื่นหรือตัวยาที่มีส่วนผสมของน้ำมันได้โดยไม่ทำให้ถุงยางเสื่อมคุณภาพหรือฉีกขาด

ประสิทธิภาพของถุงยางอนามัย

อย่างที่เราทุกคนรู้กันอยู่แล้วว่า ถุงยางอนามัยมีหน้าที่ช่วยยับยั้งการตั้งครรภ์ แต่ทั้งนี้ตามหลักแล้วการใช้ถุงยางอนามัยก็ยังมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน แต่ก็คิดเป็นเปอร์เซ็นต์อยู่ที่แค่ 2% เท่านั้น นอกจากนี้การใช้ถุงยางอนามัยเพื่อการคุมกำเนิดได้เปรียบกว่าการคุมกำเนิดด้วยวิธีอื่น เพราะสามารถช่วยป้องกันการเกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทั้งชายและหญิง ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อหนองใน, ซิฟิลิส, โรคเริม, ไวรัสตับอักเสบบี และโรคเอดส์

การเลือกขนาดของถุงยางอนามัย

ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขปี  พ.ศ. 2535 เรื่องคุณภาพมาตรฐานของถุงยางอนามัยที่ทำจากน้ำยางธรรมชาติ ได้กำหนดไซส์ของถุงยางอนามัยเอาไว้ถึง 13 ขนาด คือมีขนาดตั้งแต่ 46 – 56 มิลลิเมตร (วัดจากความกว้างของถุงยางที่คลี่แบบราบกับพื้น) แต่ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปในบ้านเรา หลักๆ จะมีอยู่ 2 ขนาด คือ 49 และ 52 มม.

ส่วนวิธีเลือกซื้อว่าถุงอนามัยขนาดไหนที่เหมาะกับเรา สามารถวัดได้คร่าวๆ จากการดูที่ส่วนสูง โดยหากชายใดมีความสูงไม่เกิน 160 เซนติเมตร จะมีขนาดไซส์ประมาณ 49 มม. ส่วนใครที่สูงเกิน 160 ซม. จะมีขนาดไซส์อยู่ที่ 52 มม. ซึ่งถือเป็นไซส์มาตรฐานของคนไทย สำหรับการณ์ที่ถูกต้องในการเลือกไซส์ของถุงยางอนามัน คือเป็นขนาดที่ใส่แล้วรู้สึกสบาย ไม่รัดและไม่หลวมมากจนเกินไป

ส่วนเรื่องของความบาง มาตรฐานทั่วไปของถุงยางอนามัยจะมีความหนาประมาณ 0.05 – 0.07 มม. แต่ในปัจจุบันก็มีการผลิตถุงยางอนามัยที่มีความบางมากเป็นพิเศษ คือบางเพียง 0.02 – 0.01 มม.